ทำไมต้องมัทฉะ? อะไรๆก็มัทฉะ ไม่ว่าจะลาเต้ เฟรปเป้ หรือแม้แต่พาสต้า ฯลฯ ?

เหล่าสาวกมัทฉะคงจะเพลิดเพลินกันไม่น้อยที่สามารถเลือกชิมเมนูอาหารและเครื่องดื่มได้อย่างหลากหลายจากการที่มีส่วนผสมมัทฉะที่พวกเขาโปรดปรานอยู่ในทุกๆ เมนู คริ ??

เมนูอาหารและเครื่องดื่มที่มีสีเขียวๆ ดูแปลกตาไปจากเมนูอื่นๆ อาจเตะตาใครหลายๆ คนได้โดยง่าย ซึ่งสำหรับบรรดาสาวกหรือเลิฟเวอร์ที่ชื่นชอบกันอยู่แล้วก็จะสามารถเลือกสั่งเมนูนี้กันได้เลยทันทีไม่ต้องคิดนาน และสำหรับบางคนที่บางทียังนึกไม่ออกว่าจะกินอะไรดี พอเห็นเมนูสีสวยแปลกตานี้เข้าก็เลยเลือกที่จะลองดูละกัน เพื่อนได้ไม่ต้องรอนาน เคยเป็นกันมั้ยคะ ฮ่าๆ

มัทฉะคืออะไร ?

คำว่ามัทฉะ (matcha) มีการนำเข้ามาเผยแพร่ในเมืองไทยมาหลายสิบปีแล้ว (เท่าที่จำความได้) เริ่มแรกก็มาจากการแสดงถึงวัฒนธรรมการกินชาของบ้านเค้าชาวญี่ปุ่น ซึ่งตอนเด็กๆ ก็เคยเห็นจากในละครโทรทัศน์ของญี่ปุ่นแหละ ก็เลยได้รู้จักมาตั้งแต่สมัยนั้น ??

แต่ชาเขียวก็ไม่ได้เป็นที่ชื่นชอบมาแต่แรกหรอกนะ เพราะเมื่อก่อนชาญี่ปุ่นจะถูกนำเสนอจากการเป็นวัฒนธรรมชั้นสูง ต้องผ่านวิธีการชงที่มากขั้นตอนที่คนทั่วไปอย่างเราๆ ไม่ได้มีโอกาสที่จะทานกัน และรสชาติก็ไม่ได้อร่อยจนน่าติดตามเพราะความขมจัดของมันค่ะ แต่พอมาสมัยใหม่อย่างเดี๋ยวนี้ จะให้รอการชงชาที่มีกรรมวิธีเยอะแบบนั้นคงไม่ไหวกันแล้วค่ะ เค้าก็เลยจัดให้มีชาไปอยู่ในทุกเมนูซะเลย ดีกว่าและมันก็ยังเป็นการเผยแพร่วัฒนธรรมของเค้าอีกวิธีหนึ่งไป พร้อมกันนี้ก็เพิ่มวิธีการนำเสนอในรูปแบบใหม่ว่าด้วยเรื่องของสุขภาพเข้าไปอีกค่ะ ??

มัทฉะเป็นชา ที่ต่างจากชาชนิดอื่นๆ อย่าง อูหลงหรือชาดำก็ตรงที่เขาจะนำใบชามาบดเป็นผงค่ะ ซึ่งมันเป็นวิธีการกินชาของพุทธนิกายเซนเมื่อประมาณ 800 ปีที่แล้ว และยังคงถูกอนุรักษ์เอาไว้ในประเทศญี่ปุ่นค่ะ สีของน้ำชาที่ได้จะออกสีเขียวนะ มัทฉะมันจึงถูกเรียกกันว่าชาเขียว (green tea) ???

สงสัยมั้ยคะชาเขียวดีอย่างไรกันนะ

ชาเขียวมีความขมเป็นเอกลักษณ์ ความขมเป็นรสชาติของแทนนิน (tannin) ในใบชา ที่ก็มีในใบชาชนิดต่างๆ ด้วยเหมือนกันนะ แต่ใบชาชนิดต่างๆ ผ่านกรรมวิธีการผลิตให้เป็นชาต่างกันเลยทำให้รสชาติและคุณสมบัติของชาต่างกัน สำหรับชาเขียวแล้ว จะผ่านการผลิตโดยใช้ใบชาสดอบด้วยไอน้ำหรือคั่วบนกระทะร้อน นี่เองมีผลทำให้ชาเขียวมีความขมมากขึ้น แต่ในอีกทางหนึ่งมันกลับเป็นผลดีกับใบชาคือมันยังคงคุณค่าของสารเคมีบางอย่างที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายของเราเอาไว้ ???

ชาเขียวกับความขมและสารต่อต้านอนุมูลอิสระ?

ชาเขียวขมมากขึ้นก็เพราะว่ามีแทนนินอยู่มากขึ้น และจากการผลิตเป็นผงชาด้วยใบชาสด มันทำให้ชาเขียวมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระอยู่มาก ? – nanamigreentea.com

➡ เมื่อกล่าวถึงสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ก็หนีไม่พ้นกับการมีประโยชน์มากมายกับสุขภาพของเราจ้า ???

เรามาลองดูประโยชน์ของชาเขียวกันค่ะ ?

เริ่มจากชาเขียวช่วยป้องกันการเป็นโรคมะเร็งและชะลอวัย (anti-aging) จากการที่ชาเขียวมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants) อยู่มาก มันทำให้การบริโภคชาเขียวจึงเป็นการช่วยให้ลดความเสี่ยงของการเกิดเป็นมะเร็ง และสารต่อต้านอนุมูลอิสระก็ช่วยในเรื่องชะลอวัยด้วย ?

และชาเขียวก็ยังช่วยลดน้ำหนัก เนื่องจากชาเขียวจะช่วยเร่งอัตราการเผาผลาญพลังงาน (Metabolic rate) และข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญ ชาเขียวช่วยลดไขมันร่างกายได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะช่วยลดไขมันที่สะสมบริเวณหน้าท้องได้ดี ?

สุดท้ายนี้ชาเขียวจะช่วยในเรื่องของการทำงานของสมองค่ะ จากส่วนประกอบคาเฟอีนในใบชาซึ่งมีอยู่ในระดับต่ำๆเมื่อเทียบกับปริมาณคาเฟอีนในเมล็ดกาแฟที่มีฤทธิ์ต่อการทำงานของสมองบ้างทำให่ผ่อนคลาย และจากส่วนประกอบของกรดอะมิโน L-theanine (แอล-ธีอะนีน) ของชาเขียวที่จะช่วยในการกำจัดสิ่งอุดตันในเส้นเลือด และช่วยให้ไม่หงุดหงิด ซึ่งเมื่อคาเฟอีนและแอล-ธีอะนินสองตัวอยู่ด้วยกันก็จะยิ่งให้การทำงานของสมองดีขึ้น

 

ชาเขียวดีมีประโยชน์อยู่ไม่น้อยเลยนะคะ

ซึ่งทั้งที่ชาเขียวอาจจะขม แต่ตอนนี้เค้าก็มีการคิดค้นและปรับระดับความเข้มข้นและความขมของชาเขียวลงไปหลายระดับกันอยู่เหมือนกันนะคะ เพื่อให้คนทั่วไปสามารถทานได้กันมากขึ้น อย่างที่ญี่ปุ่นบางร้านเค้าก็มีการผลิตไอศกรีมรสชาเขียวถึงได้มาก 7 ระดับด้วยกันเลยทีเดียว ฉะนั้นแล้วไม่ต้องกลัวขมค่ะ เพราะเค้ามีการทำให้ไม่ขมเพื่อปรุงเป็นอาหารและเครื่องดื่มต่างๆ อร่อยๆ มากมาย ? ลุยเลยค่ะเครื่องดื่มสารสีเขียว ไปเป็นสาวกมัทฉะกันค่ะ ??

 

อ้างอิง. Healthista.com

You Might Also Like

No Comments

Leave a Reply